มิถุนายน 4th, 2010 โดย Apichart Chantanisr
3 comments »
จากเดิมที่บอกชาวบ้านให้ทำอะไรได้ตามใจ อยากทำอะไรก็แค่คิดแล้วบอกหัวหน้าไป วางแผนให้รอบคอบก็พอ
โจทย์ที่หัวหน้าให้ไว้คือทำยังไงก็ได้ให้โรงพยาบาลผ่าน Reaccreditation ในส่วนของระบบยา กลายเป็นได้รับความไว้ใจให้ทำอีกหลายงาน
แต่ตอนนี้รพ. ยังไม่ได้รับการประเมิน เลยไม่รู้จะผ่านหรือไม่ผ่าน ผมก็กลับชิ่งออกมาก่อนเสียแล้ว ด้วยโอกาสที่ทาง IHPP ให้มา
ต้องขอโทษหัวหน้า และทุกคนที่รพ. ด้วยนะครับ
แต่คาดว่าคงเข้าใจกันนั่นแหละ
หน่วยงานที่ผมย้ายมาคือ IHPP (International Health Policy Program, Thailand) หรือสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ โดยมาทำงานในส่วนของ สำนักงานพัฒนาและวิจัยกำลังคนด้านสุขภาพ หรือ สวค. โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยวิจัยตัวกะจ้อยร้อย (ในขนาดใหญ่ๆ)
การเลือกมาที่นี่มีข้อจำกัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น เงินเดือนที่ลดลง แต่โอกาสที่อาจจะได้รับก็คุ้มค่าอยู่พอควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุนที่อาจจะได้รับ การได้พัฒนาทักษะด้านงานวิจัย เพื่อต่อยอดในการศึกษาระดับสูงขึ้นต่อไป
ข้อดีคือตอนนี้รู้ตัวว่าโง๊ โง่ ไม่มีอะไรเลย ต้องขยับตัวตามให้ทัน เพราะที่นี่คือแหล่งรวมคนเก่งๆ ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จหลายอย่างของระบบสาธารณสุขไทย ถ้าไม่พยายาม ก็คงล้มเหลว
ในสัปดาห์แรกที่ผ่านมา งานหลักๆ คืออ่านหนังสือ อ่านงานวิจัย อ่านปัญหาเรื่องทรัพยากรมนุษย์ที่อยู่ในระบบสุขภาพ ปัญหากำลังคนด้านสุขภาพ (Health workforce) ซึ่งทำให้ผมเห็นความจริงๆ หลายๆ อย่างที่น่าตกใจ ตกใจกว่าความเท่าเทียมที่เคยเรียนมาเสียด้วยซ้ำ
ภายใน 6 เดือนจากนี้ คงได้เรียนรู้อะไรอีกมามาย และเราคงไม่รู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร ตอนนี้ คงทำให้เต็มที่ทุกอย่างหละครับ
สู้ๆ
พฤษภาคม 4th, 2010 โดย Apichart Chantanisr
1 comment »
หลังจากเสร็จงานวันที่ 30 เมษายน 2553 ก็เท่ากับว่า ผมทำงานที่นี่ครบ 3 ปี ในตำแหน่งเภสัชกรคลินิก ดูแลงานพัฒนาคุณภาพเภสัชกรรม
เป็น 3 ปีที่เปี่ยมด้วยการเรียนรู้อย่างเต็มที่
ผมก้าวมาสมัครงานในตำแหน่ง DIS (Drug information service) ซึ่งนับเป็นงานที่ผมชอบมาก แต่หัวหน้าและรองหัวหน้าของผม กลับเห็นสมควรว่า ให้มาทำในส่วนของงานพัฒนาคุณภาพเภสัชกรรม ซึ่งหน้าที่ไม่มีมาก
» Read more: 3 ปีกับงานพัฒนาคุณภาพ ได้อะไร?
เมษายน 24th, 2010 โดย Apichart Chantanisr
1 comment »
ชีวิตของคนกรุงเทพส่วนหนึ่ง จำเป็นที่จะต้องใช้บริการรถสาธารณะกันเป็นเรื่องปรกติ แน่นอนหละครับ สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ การจราจรก็แบบนี้ ยิ่งเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนจนๆ แล้ว ก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพึ่งพารถเมล์บ้าง รถไฟฟ้าบ้าง หรือถ้าจะให้หรู และเร็ว ก็คงต้องเลือกใช้บริการของพี่แท็กซี่นั่นเอง
แต่จากการที่หลายๆ ปีที่ผ่านมา การแสดงความคิดเห็นของบรรดาโชเฟอร์ในเสื้อสีต่างๆ นั้น ทำให้รถแท็กซี่กลายเป็นภาพแทนของการเมืองที่วุ่นวายไปเสียแล้ว จนเราอาจจะลืมไปว่า คนขับแท็กซี่ก็เป็นแค่อาชีพหนึ่ง ที่มีความหลากหลายของคนที่มาทำ และที่สำคัญนั้นและแท็กซี่เอง ก็พอเจอกับคนที่หลากหลาย มีโอกาสได้รับฟังข่าวสารทั้งวัน ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับคน อย่างน้อยๆ ก็ ๑๐ – ๒๐ คนต่อวัน
คนขับรถแท็กซึ่งจึงนับเป็นทรัพยากรที่ดี และมีประสิทธิภาพ ที่จะช่วยให้เราเรียนรู้อะไรในมุมมองที่ใหม่ๆ ได้
» Read more: เรื่องเล่าติดล้อ : นั่งแท็กซี่…ที่ไม่ใช่แค่ถึงปลายทาง (ตอนที่ ๑)
มีนาคม 23rd, 2010 โดย Apichart Chantanisr
No comments »
เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมได้ไปเดินเล่นในสภาพไม่ค่อยปรกติ ที่งานวิชาการสองงาน คืองานวิชาการกรมควบคุมโรค ที่ Bitec บางนา ใกล้ๆ กับโรงพยาบาลผม และอีกที่คืองาน HA National Forum ที่ Impact Arena
ทั้ง สองงาน มีรายละเอียดเยอะซะยิ่งกว่าเยอะ ทำให้คนที่ใช้ไม้ค้ำอย่างผมนี่ เดินกันจนเดินได้ทีเดียว
มีหลายๆ เรื่องราวที่เก็บไว้ในหัว แต่เพิ่งจะว่าง (ขยัน) มาถ่ายลงในบล็อก
» Read more: ของฝากจากงาน HA National Forum ครั้งที่ 11 #1
มีนาคม 20th, 2010 โดย Apichart Chantanisr
No comments »
จากอุบัติเหตุในวันนั้นมาถึงวันนี้ ก็นับรวมได้ 140 วันแล้ว
จริงๆ ผมเลิกนับวันมาตั้งแต่กลับไปทำงานแล้วหละ เพราะนับไปก็เศร้าเปล่าๆ
อาทิตย์ก่อน รุ้งยอมขับรถมากรุงเทพ จากลูกอ้อนของผม ช่วงงาน HA Forum ผมก็เลยได้ลองขับรถ ซึ่งก็ขับได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา พี่หนุน หัวหน้ากายภาพที่โรงพยาบาล เพิ่งเจอกะผมครั้งแรก เห็นท่าผมเดิน แกเลยดุ พร้อมสอนท่าเดินใหม่ ทำให้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมสามารถปล่อยไม้ได้ข้างนึงทันที แล้วแกก็บอกว่า ลองเดินได้เลย กระดูกติดไม่รู้จะติดยังไงแล้ว
» Read more: 140 วัน – ในที่สุดก็ถึงวันนี้
มีนาคม 5th, 2010 โดย Apichart Chantanisr
No comments »
ผมเคยสอนรุ่นน้องเด็กๆ ที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตของโรงพยาบาลชุมชนไว้หลายครั้งว่า “จริงอยู่ การที่มีระบบประกันสุขภาพที่ดีขึ้น จะช่วยให้โรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยได้ดี แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยจะเข้าถึงการรักษาได้ดี” เชื่อว่าคนที่อยู่ในระบบสุขภาพโดยเฉพาะของรัฐนั้น คงจะเข้าใจได้ไม่ยาก
» Read more: มองมุมกลับ : เมื่อต้องรอรับบริการ
กุมภาพันธ์ 23rd, 2010 โดย Apichart Chantanisr
2 comments »
หลังจากมณีร้าว ก็ต่อกันด้วยหนังที่กำลังดู เนื่องจากนอนไม่หลับ
Romeo & Juliet ฉบับปี 1996 นำแสดงโดย Leonardo DiCaprio และ Claire Danes จุดเด่นของฉบับนี้คือใช้บทประพันธ์ดั้งเดิม ภาษาโบราณของเชคสเปียร์ มาปรับใช้กับยุคสมัยใหม่ ฟัง soundtrack ไป ก็งงไป เพราะภาษาเก่ามาก ครั้งอ่าน subtitle ภาษาไทย ก็ยังงงๆ นิดหน่อย แต่ดีกว่า sub อังกฤษ
หนังเรื่องนี้เข้าชิง Oscar แต่ไม่ได้รางวัลอะไรเป็นพิเศษ ไปอ่านรายละเอียดกันเองที่ http://www.imdb.com/title/tt0117509/
แต่เพลงประกอบหนังเรื่องนี้สิ เป็นเพลงที่ผมชอบเพลงนึง สมัยนั้น (15 ปีก่อน) ยังไม่มีปัญญาซื้อ CD ก็ได้พี่สาวผมซื้อเทปมา ซึ่งละลายไปพร้อมกับกองไฟ ที่ไหม้บ้านเพื่อนของพี่สาว เลยไม่มีโอกาสได้ฟังมานาน
วันนี้ฤกษ์งามยามดี ดูหนังเรื่องนี้เป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกดูไม่จบเมื่อสิบกว่าปีก่อน เลยหาเพลงใน youtube ฟังด้วย
Love fool ของ Cardigans
» Read more: Love Fool – Romeo & Juliet
กุมภาพันธ์ 23rd, 2010 โดย Apichart Chantanisr
1 comment »
วันนี้เดินผ่านกระจกเงาอยู่ๆ ก็คิดถึงเพลงนี้ขึ้นมา เลยเก็บไว้จนกระทั่งกลับมานอนเปิดเวบหาเนื้อเพลง
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบละครเรื่องมณีร้าว จากบทประพันธ์ของ ว.วินิจฉัยกุล นักเขียนนิยายคุณภาพ ได้กวางกมลชนก เล่นคู่กับ โก้ นฤเบศร์ ออกอากาศ 26 พฤศจิกายน 2533 – 5 มีนาคม 2534
» Read more: มณีร้าว…
กุมภาพันธ์ 22nd, 2010 โดย Apichart Chantanisr
No comments »
จากตอนที่แล้ว ผมพูดถึงเรื่องซิม i-mobile 3GX ที่ผมซื้อพร้อมๆ กับโทรศัพท์ วันนี้ลงทะเบียนเพื่อรับซิมแบบรายเดือนแทน หลังจากประทับใจมากมายกับบริการ
และความเร็วที่ได้ แม้ว่าวันนี้จะเพี้ยนไปหลายนาทีก็ตาม
หากใครที่ได้ลองใช้ 3G แล้ว ก็คงรู้สึกไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นัก ว่าเครือข่าย 3G ของ TOT นั้น ตอบสนองชีวิตของคนกรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราใช้เป็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้แผนที่นำทางจาก google map การใช้ Social Network หรือกระทั่งการทำงาน โดยผ่านมือถือ
ก่อนหน้านี้ ผมใช้ Windows Mobile Phone กับ EDGE มาตลอด ซึ่งความรู้สึกที่ได้ย่อมต่างกันเห็นได้ชัด
การเลือกใช้เครือข่าย 3G ของผมนี่ ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเดียว แต่เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำงานด้วยครับ เพราะส่วนหนึ่งคือผมยังได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอยู่ และยังนั่งทำงานไม่ได้ การสื่อสารช่องทางหลักคือโทรศัพท์และ e-mail แต่ด้วยสภาวะที่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายของโรงพยาบาล มีปัญหาบ้างบางครั้ง (ซึ่งในจุดที่ผมอยู่ มีปัญหาค่อนข้างมาก เพราะไกล access point) ระบบ 3G ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้เต็มที่
อย่างที่บอกว่าโรงพยาบาลได้อนุเคราะห์ที่พักให้ผมแล้ว ครั้นจะขอติดสาย lan เพิ่มในห้องทำงาน ก็เป็นเรื่องที่เกินไปเสียหน่อย แม้ว่าผู้ใหญ่จะอนุมัติก็ตาม
ดังนั้น 3G สำหรับผม ไม่ใช่แค่ Network ธรรมดา แต่มันคือ “ค่าเช่าห้อง” ครับ
ตอนนี้ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นรายเดือน หลังจากที่ใช้เติมเงินมา 12 วัน กับ data tranfer ที่ 1100 MB เพราะเชื่อว่าในราคา 399 บาทต่อเดือน แลกกับ 2000 MB น่าจะตอบสนองความต้องการได้ระดับหนึ่ง
อีกไม่นานเครือข่าย 3G คงกระจายตัวไปทั่วประเทศ ผมก็ได้แต่หวังว่า AIS จะไม่ roaming เข้าเครือข่าย TOT และ DTAC เปิด 3G บนคลื่น 2100
เมื่อนั้นแหละครับ จะเปลี่ยนกลับไปใช้เหมือนเดิมๆ
กุมภาพันธ์ 20th, 2010 โดย Apichart Chantanisr
5 comments »
ตอนนี้เพิ่งถอย Samsung OmniaQ (B7320) มาได้จะครบ 2 สัปดาห์
ต้นเรื่องคือหลังจากประสบอุบัติเหตุหนัก และใช้เวลาในการรักษาตัวอยู่สักพัก มันก็ถึงเวลาที่ต้องเริ่มกลับไปทำงาน ซึ่งโรงพยาบาลก็ช่วยสนับสนุนในส่วนของที่พักให้ โดยให้ผมนอนพักในบริเวณโรงพยาบาลเลย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินทางไป-กลับ และด้วยสาเหตุที่ว่ากระดูกที่หักคือกระดูกสะโพก ก็เลยให้นอนทำงานเพื่อนั่งทำงานนานเกินไป หรือเวลานั่งแล้วปวด ก็กลับมานอนได้ทันที
ต้องขอขอบคุณผู้บริหารโรงพยาบาลไว้ด้วยครับ
ทีนี้มาอยู่รพ. ได้วันแรก ผมก็ซึ้งเลย ว่าระบบ wi-fi โรงพยาบาล มีปัญหากว่าที่คิด ตั้งแต่บางครั้งต่อไม่ได้ หรือต่อได้และไม่วิ่ง หนักที่สุดคือไม่หาสัญญาณไม่เจอ ทำให้ตัดสินใจแบบทันทีว่า เราคงต้องทำอย่างไรสักอย่าง
» Read more: ทำไมผมถึงไม่ซื้อ BB เหมือนคนอื่น