ตอนนี้เพิ่งถอย Samsung OmniaQ (B7320) มาได้จะครบ 2 สัปดาห์
ต้นเรื่องคือหลังจากประสบอุบัติเหตุหนัก และใช้เวลาในการรักษาตัวอยู่สักพัก มันก็ถึงเวลาที่ต้องเริ่มกลับไปทำงาน ซึ่งโรงพยาบาลก็ช่วยสนับสนุนในส่วนของที่พักให้ โดยให้ผมนอนพักในบริเวณโรงพยาบาลเลย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเดินทางไป-กลับ และด้วยสาเหตุที่ว่ากระดูกที่หักคือกระดูกสะโพก ก็เลยให้นอนทำงานเพื่อนั่งทำงานนานเกินไป หรือเวลานั่งแล้วปวด ก็กลับมานอนได้ทันที
ต้องขอขอบคุณผู้บริหารโรงพยาบาลไว้ด้วยครับ
ทีนี้มาอยู่รพ. ได้วันแรก ผมก็ซึ้งเลย ว่าระบบ wi-fi โรงพยาบาล มีปัญหากว่าที่คิด ตั้งแต่บางครั้งต่อไม่ได้ หรือต่อได้และไม่วิ่ง หนักที่สุดคือไม่หาสัญญาณไม่เจอ ทำให้ตัดสินใจแบบทันทีว่า เราคงต้องทำอย่างไรสักอย่าง
คืนนั้นเลยเปิดเวบเพื่อดูรีวิวโทรศัพท์รุ่นต่างๆ โดยกำหนดคุณสมบัติไว้คือ
- Wi-Fi
- 3G
- หูฟัง 3.5 mm
- ราคาไม่เกิน 10,000 บาท
หลังจากวิ่งเข้าเวบนู้นเวบนี้ อ่านรีวิวของท่าน Top @papayatop แห่งพันทิป และคนอื่นๆ อีกมาก เลยตัดสินใจว่า…. Acer DX900 Windows Mobile Phone 2 sim ราคาอยู่ที่ 19,000 ซึ่งถ้าใครเลือกของคงเข้าใจหละครับ ว่ามันมักจะล้ำหน้าที่เรากำหนดไปเรื่อยๆ
แต่เมื่อไปเดินที่เซนทรัล (ต้องขอบคุณน้องอั้ม, น้องโอม ที่บังเอิญมาเป็นเหยื่อพาไปพอดี) ปรากฏหารุ่นนี้ไม่ได้เลย แต่ได้ซิม i-mobile 3GX มาแทน (ซึ่งเดี๋ยวเราคงจะคุยกันอีกทีเรื่องนี้) ผมเลยมองหารุ่นอื่น ที่เป็น Windows Mobile เหมือนกัน สุดท้ายมาลงตัวที่ Samsung Omnia lite แทน แต่ร้านในโซนมือถือของห้างเซนทรัลบางนา ไม่มีร้านไหนที่ลดราคาเท่ากับราคาตอนงาน TME 2010 ผมเลยค่อยๆ กะเผลกๆ มาที่ PowerBuy ซึ่งมีโปรลด 3% ผ่อน 0% 10 เดือนของบัตรกรุงศรี
หลังจากไปด้อมๆ มองๆ แว้บไปเจอ Nokia E72 ซึ่งเป็นรุ่นหนึ่งที่เคยอยากได้ ก็เห็น Samsung อยู่ข้างๆ เลยเอาวะ ไปดู Omnia Lite ก่อน และก็พบว่าราคาไม่ต่างกัน แต่เมื่อลด 3% แล้ว ก็นับว่าคุ้มกับการผ่อนมากกว่าการจะจ่ายสดในราคาเก้าพันกว่าบาท
แต่ด้วยความที่เราเคยอยากได้ E72 และเคยได้ยินคนพูดว่า Omnia Q พิมพ์ง่าย ก็เลยขอพนักงานลองเสียหน่อย…
ผลคือผมได้รุ่นนี้มาแทนครับ จากราคาปรกติ 9,990 เหลือ 8,990 นับว่าคุ้มค่า เพราะผมได้สเปคตามที่ต้องการเกือบทั้งหมดทีเดียว ยกเว้นหูฟัง 3.5 mm ซึ่งก็คิดในใจว่า ไม่เป็นไรก็ได้วะ…
ฟังชั่นของ Business Phone ไม่ว่าจะเป็น Moto Q Series, Samsung Omnia Q, Omnia Pro (B7330), Nokia E Series (E71, 72, 75, 63 ฯลฯ) หรือกระทั่ง Blackberry ที่โด่งดังเอง หลักๆ แล้วไม่ใช่ระบบ Messenger ไว้คุยกันอย่างเดียว แต่ที่สำคัญมากสุดคือระบบ Document Editor, Document Viewer และระบบ E-Mail ที่สามารถตอบรับได้อย่างรวดเร็ว
ซึ่งหากไม่รู้กัน ฟังชั่น Push Mail มีในโทรศัพท์ตระกูลนี้อยู่แล้วครับ หรือไม่มี…เราก็ชดเชยได้ด้วยการจัดการบัญชีโทรศัพท์อย่างมีระบบ
ระยะเวลา 10 วันที่ผ่านมา Samsung Omnia Q ไม่เคยทำให้ผมพลาดการติดต่อทาง E-Mail เลย ไม่ว่าจะเป็นการส่ง forward mail ของเพื่อนๆ ที่ทำให้ผมปวดหัวเล็กน้อย การทำงานที่โรงพยาบาล หรือการทำธุรกรรมอื่นๆ
ในราคา 8,990 คุณคงซื้อ BB Curve 8520 ได้แต่คุณไม่ได้ 3G ถ้ารุ่นอื่นก็แพงไปเยอะ และที่สำคัญแม้โปรโมชั่น internet ของ BB จะดีแค่ไหน แต่อย่างผม ไม่ได้ใช้ BBM แน่ๆ
ข้อสรุปคือ Omnia Q ตัวนี้แหละครับ
ไม่ได้ต่อต้าน BB มากมายนะ แค่ไม่เห็นความสำคัญกับการใช้แค่นั้นเอง
13 responses to "ทำไมผมถึงไม่ซื้อ BB เหมือนคนอื่น"
12:20 on กุมภาพันธ์ 24th, 2010
ไม่สน iPhone บ้างฤา
15:06 on กุมภาพันธ์ 24th, 2010
คนใช้ Samsung หน้าตาดีทุกคน ฟันธง !!!
14:35 on กุมภาพันธ์ 25th, 2010
เห็นด้วยเต็มที่ครับ
14:19 on เมษายน 19th, 2010
อยากถามว่าเวลาเราส่งE-mail เราจะพิมพ์ส่งเป็นภาษาไทยได้มั้ยค่ะ
9:50 on เมษายน 24th, 2010
ได้ครับ แต่รุ่นนี้ภาษาไทยเพี้ยนๆ อยู่พอสมควรด้วยตัวระบบของมันนั่นแหละ ^^”
14:50 on มิถุนายน 28th, 2010
ใช้รุ่นนี้เหมือนกันค่ะ ดีมาก แต่อีกใจก็อยากเล่นบีบี เอ็ม เหมือนกัน
11:35 on กรกฎาคม 24th, 2010
อยากทราบวิธีการตั้ง push mail บริษัทฯ ของรุ่นนี้หน่อยค่ะเนื่องจากซื้อมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งสักที
19:13 on กันยายน 8th, 2010
มันตั้งเป็น pushmail ไม่ได้ครับ ระบบไม่รองรับ
แต่ผมตั้งเป็นเมล์ปรกติแล้วให้ refresh ทุก 10 นาทีแทน