ได้ไปอ่านและตอบกระทู้นี้ http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L9687601/L9687601.html
เมื่อมีน้องเภสัชคนหนึ่งมาตอบ เลยจี๊ดที่หัวใจขึ้นมา
แค่ยาก่อนหลังอาหาร ทำไมยังผิดเพี้ยนขนาดนี้….
ยาส่วนใหญ่ ออกฤทธิ์ได้ดีในสภาวะที่ไม่มีอะไรในทางเดินอาหาร ดังนั้น
ถ้าเป็นไปได้ เราจะให้กินก่อนอาหาร แต่ปัญหา 2
อย่างที่ต้องไปกินหลังคือ
1. เพิ่มประสิทธิภาพ ในการเพิ่มประสิทธิภาพนั้น
อาจจะเพราะอาหารช่วยเพิ่มการดูดซึม หรือทำให้คนไม่ลืมกินก็ว่ากันไป
2. ลดอาการข้างเคียง
อาจจะเพราะอาหารช่วยเพิ่มการดูดซึม หรือทำให้คนไม่ลืมกินก็ว่ากันไป
2. ลดอาการข้างเคียง
ปัญหา คืออาจารย์มักจะสอนเภสัชว่า หลังอาหารต้องกินหลัง 15-30 นาที ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว การที่จะให้กินหลังได้ ต้องพิสูจน์แล้วว่าอาหารไม่ลดการดูดซึม
ดังนั้น ถ้าอาหารไม่มีผลเสียแล้ว การกินหลังอาหารทันที จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากกว่า ยกเว้นจะมีข้อกำหนด… เช่น ให้กินหลังอาหาร 1 ชั่วโมง
วิธีที่ถูกที่สุดคือ ก่อนอาหาร กินก่อน 30-60 นาที หลังอาหาร ให้กินหลังทันทีไม่ต้องเว้น พร้อมอาหาร ให้กินข้าวไปสักหน่อยแล้วกินยา
ไม่ใช่แค่เรื่องมื้อยาเท่านั้น แต่อีกหลายๆ เรื่อง เช่นทำไมห้ามกินพาราเกิน 7 วัน อาจารย์บอกเพราะว่าเป็นโรคตับ
หรือการกินยาคุมนั้น จะให้ผลคุมกำเนิดในกี่วัน
เรื่องพวกนี้ล้วนแล้วแต่ถูกละเลยที่จะสอน
ผมขอวางสมมติฐานไว้ที่ว่า อาจารย์ทุกคนรู้เหตุผลจริงๆ (เหรอ)
อย่างพาราไม่ควรกินเกิน 7 วัน เพราะจริงๆ แล้ว ถ้ามีไข้ปวดหัวเกิน 7 วัน มันต้องตรวจละเอียดๆ ได้แล้วครับ ไม่งั้นอาจจะไข้เลือดออกไข้หวัดใหญ่ได้
ถ้ามีผลกับตับ คนเป็น Osteoarthritis (OA) คงเป็นโรคตับตายกันทั้งโลกแล้ว
ส่วนเรื่องยาคุมกำเนิดนั้น หากกินวันแรกของการมีประจำเดือน ผลคุมกำเนิด จะมีตั้งแต่เม็ดแรกแผงแรก
เรื่องพวกนี้พื้นฐานยิ่งกว่ายาใหม่ๆ ยากๆ เยอะครับ และมีผลเกี่ยวเนื่องกับวิชาชีพมากกว่า
ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป สุดท้ายแล้ว อะไรที่ทำให้เรา (เภสัชกร) ต่างจากวิชาชีพอื่นได้บ้าง…
คงไม่มีอีกแล้ว
ส่วนคำถามเพิ่มเติม ว่า ยาก่อนนอน ถ้าลืมหละ ต้องทำยังไง….
ถ้าเป็นยาคุม กินทันทีตอนเช้า
ถ้ายา HIV,TB ไปหาหมอด่วน
ถ้าเป็นยานอนหลับ ก็ไม่ต้องกิน นะจ๊ะ
ความเห็นล่าสุด