Value, price and cost in life- มูลค่า ราคา และต้นทุนในชีวิตคน

ทุกครั้งที่คุณซื้อของ คุณคิดว่าอะไรถูกอะไรแพง

เมื่อสองสามวันก่อน ผมไปนั่งกินกาแฟ ทำงานและคุยกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานาน ผมพูดถึง “ของตลาด” กับเพื่อนระหว่างที่เรานั่งคุยกัน

อะไรคือของตลาด?
ผมพยายามนิยาม “ของตลาดให้เพื่อนผมฟัง” แบบงงๆ
iPhone เป็นของตลาด แต่แอนดรอยด์ไม่ใช่
iPhone เป็นของตลาดด้วยความที่เป็น.Mass มี fragmentation ต่ำ accessibility สูง ใช้งานง่าย แต่แอนดรอยด์ไม่

ของตลาดจึงไม่จำเป็นต้องราคาต่ำเสมอไป

ผมเลี่ยงการใช้คำว่าราคาถูก-แพง แต่ใช้คำว่า สูงต่ำแทน

เพราะราคาต่ำไม่ได้แปลว่าของนั้นถูก และราคาสูงไม่ได้แปลว่าของนั้นแพง ถูกแพง มันคือ value เป็นการให้คุณค่า ไม่ใช่ price ที่เป็นราคา

เราจึงไม่ควรใช้ “มูลค่า” เพียงคำเดียวในการนิยามคำว่า value

ผมยกตัวอย่างว่า ถ้ามีคนยกคอมพิวเตอร์ให้ใช้ฟรีๆ คุณจะคิดว่าคอมเครื่องนั้นถูกหรือแพง

ถ้าต้องการใช้ มันถูกแน่ๆ แต่ถ้าไม่ต้องการใช้หละ?
มันจะกลายเป็นของแพงทันที เพราะเมื่อคุณรับมาด้วยวิธีใดก็ตาม มันจะทำให้เกิดต้นทุน (Cost) ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ต้นทุนการเก็บรักษา
ต้นทุนการกำจัด
ต้นทุนด้านความรู้สึก
ฯลฯ

ในขณะที่คนบางคนซื้อของราคาแพง อย่าง smartphone อาจจะบอกว่ามันไม่แพง แม้จะราคาสูงกว่าเงินเดือนก็ตาม เพราะเอามาดูหุ้น

ดังนั้น สมการความคิดง่ายๆ คือ expected value > (Price+Cost)

แปลว่า คุณค่าที่คาดหวังไว้ว่าจะได้จากสินค้า ควรจะมากกว่าราคาสินค้า+ต้นทุนอื่นที่เราต้องเสียไปในการมีสินค้านั้น

นั่นแปลว่า สินค้าไม่แพง

แต่เมื่อเอาความรู้สึกมาร่วมในการตัดสินใจด้วยแล้ว หากมีความสงสัยในการตัดสินใจเมื่อไร = ของแพง

ส่วนความเป็นจริงนั้น เราอาจจะตัดความคาดหวังออก เป็น value > price + cost

value อาจจะไม่เท่ากับ expected value ก็ได้ อาจจะมากกว่า หรือน้อยกว่า

ตัวอย่างที่ผมนิยมยกคือ หมวกกันน็อก

expected value ของหมวกกันน็อกของคนไทยคือ ป้องกันโดนค่าปรับ 500 บาท
คนกลุ่มนี้คิดว่า cost แพงมาก เช่น เอาเงินค่าหมวกไปเติมน้ำมันดีกว่า (Opportunity cost)
จึงควรให้ price ต่ำมากๆ เพื่อให้ price+cost ใกล้ 500 ที่สุด

แต่ value จริงนั้นคือการป้องกันชีวิต ลดเงินที่จะใช้รักษาพยาบาล

ราคาจึงไม่แพง แม้จะจ่ายสักหมื่นนึง ก็ยังไม่แพง แต่จริงๆ แค่เอาที่มันเก็บคอ เก็บคาง หรือได้มาตรฐานมอก. ราคาใบไม่มากกว่าโดนค่าปรับสองรอบเท่าไรก็ได้

ยกเว้นคุณจะตั้งราคาตัวเองไว้แค่ 500 บาท นั่นคือราคาที่คนไทยไม่น้อย ตั้งไว้ให้ตนเอง

คำบ่นตอนนั่งดูคนขี่มอเตอไซค์ไม่ใส่หมวกและย้อนศร
ถนนราชพฤกษ์ คืนเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2555

About Apichart Chantanisr