เปรียบเทียบคำประกาศสิทธิผู้ป่วยฉบับใหม่และฉบับเก่า อะไรเปลี่ยนไปบ้าง

เมื่อวันแม่ที่ผ่านมา สภาวิชาชีพด้านสาธารณสุขและกองประกอบโรคศิลป์ ร่วมลงนามในคำประกาศสิทธิผู้ป่วยฉบับใหม่

มีอะไรแตกต่างจากเดิมบ้าง ลองมาดูกันครับ

คำประกาศสิทธิฉบับใหม่

คำประกาศสิทธิเดิม ความแตกต่าง

วิเคราะห์เพิ่มเติม

1.ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการรักษาพยาบาล และการดูแลด้านสุขภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ขยายความเพิ่มขึ้นจากคำประกาศสิทธิเดิม และนำข้อ 2 เดิมมารวม  
  2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และ ลักษณะของความเจ็บป่วย    
2. ผู้ป่วยที่ขอรับการรักษาพยาบาล มีสิทธิได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริงและเพียงพอเกี่ยวกับการเจ็บป่วย การตรวจรักษา ผลดีและผลเสียจากการตรวจ การรักษาจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ด้วยภาษาที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินอันจำเป็นเร่งด่วนและเป็นอันตรายต่อชีวิต 3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือ จำเป็น – เพิ่มข้อความ “ข้อมูลที่เป็นจริง”

– เพิ่มข้อความ “ด้วยภาษาที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้ง่าย”

– เพิ่มข้อความ “และเป็นอันตรายต่อชีวิต”

 

 

– ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริง ในทุกอย่าง เช่น ยาที่ตนได้รับ อาการของโรคที่ตนเป็น

– ผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องใช้ภาษาที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อแก้ปัญหาการสื่อสารระหว่างบุคลากรกับผู้ป่วยมีปัญหา

– การตัดสินใจของผู้ป่วยที่จะไม่ยอมรับการรักษานั้น จะยกเว้นเฉพาะกรณี Life Threatening เท่านั้น ถ้าฉุกเฉินแต่ยังไม่ถึงชีวิต ยังอาจจะปฏิเสธการรักษาได้

3. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่ 4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้อง ขอความช่วยเหลือหรือไม่ ไม่แตกต่าง  
4. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบชื่อ สกุล และวิชาชีพของผู้ให้การรักษาพยาบาลแก่ตน 5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็น ผู้ให้บริการแก่ตน – เปลี่ยนจาก “ประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพ” เป็น “วิชาชีพ”

– เปลี่ยนจาก “ผู้ให้บริการ” เป็นผู้ให้การรักษาพยาบาล

– เน้นความเป็นวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพแต่ละสาขามากขึ้น

– ผู้ประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่ผู้ให้บริการเท่านั้น แต่เป็นผู้ให้การรักษาพยาบาล

5. ผู้ป่วยมีสิทธิขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้นสุขภาพอื่นที่มิได้เป็นผู้ให้การรักษาพยาบาลแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพหรือเปลี่ยนสถานพยาบาลได้ ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสิทธิการรักษาของผู้ป่วยที่มีอยู่ 6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการ และสถานบริการได้ – เปลี่ยนจาก “ผู้ให้บริการ” เป็นผู้ให้การรักษาพยาบาล”

– เพิ่มข้อความ “ตามหลักเกณฑ์ของสิทธิการรักษาของผู้ป่วยที่มีอยู่”

– เช่นเดียวกับด้านบน

– การขอเปลี่ยนผู้ให้บริการทั้งบุคลากรหรือสถานพยาบาล จะต้องอยู่ในเกณฑ์ของสิทธิด้วย เช่น ในรพ.มีแพทย์เฉพาะทางที่มีสิทธิจ่ายยาที่ใช้ในการรักษาได้เพียงคนเดียว ผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแพทย์ได้ เพราะแพทย์ท่านอื่นจ่ายยาไม่ได้

6. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับการปกปิดข้อมูลของตนเอง เว้นแต่ผู้ป่วยจะให้ความยินยอมหรือเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อประโยชน์โดยตรงของผู้ป่วยหรือตามกฎหมาย 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย – ตัดส่วนที่ระบุว่า “จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด”

– เปลี่ยนจาก “การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย” เป็น “การปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อประโยชน์โดยตรงของผู้ป่วยหรือตามกฎหมาย”

– เพิ่มสิทธิของผู้ประกอบวิชาชีพในการสอบถามข้อมูลผู้ป่วยจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่น

– ผู้ป่วยไม่ได้รับสิทธิในการปกปิดข้อมูลเมื่อทำตามกฎหมาย

7. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้เข้าร่วมหรือผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ไม่แตกต่าง  
8. ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียนเมื่อร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้น ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของผู้อื่น 9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น – เพิ่ม “ตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้น”

– เพิ่ม “ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล”

– ผู้ป่วยจะขอเวชระเบียนได้เมื่อร้องขอตามขั้นตอนของสถานพยาบาลนั้นเท่านั้น
9. บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้ 10.บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิต ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้ ไม่แตกต่าง  

About Apichart Chantanisr